รังสีอินฟราเรดมีแหล่งกําเนิดจากที่ใด คืออะไร

William-Herschel-Infrared

คลื่นอินฟราเรดมักจะรู้จักกันอีกอย่างว่ามันเป็นคลื่นความร้อนชนิดหนึ่ง และความร้อนนั้นมีลักษณะการแผ่กระจายแบบรังสี ถ้าคุณเอามือวางไว้เหนือเตาน้ำหม้อต้มที่ร้อน คุณรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกจากเตาและเดินทางไปยังมือคุณ และถ้าดวงตาของเรามองเห็นรังสีอินฟราเรดมันจะมีลักษณะเป็นอย่างไร คุณจะเห็นทุกอย่างที่ก่อให้เกิดความร้อนรวมทั้งพืชและสัตว์ไม่ว่าจะอยู่ในความมืดแค่ไหน โดยเฉลี่ยแล้วดวงอาทิตย์จะสร้างรังสีอินฟราเรดน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณรังสีอัลตราไวโอเลตและแสงที่มองเห็นได้

คลื่นมีความยาวกว่าคลื่นของแสงที่มนุษย์สามารถมองเห็นแต่มีช่วงคลื่นที่สั้นกว่าของคลื่นไมโครเวฟ คำว่าอินฟราเรดมีที่มาจากภาษาละติน คำว่าอินฟลา แปลว่าอยู่ใต้ล่าง และคำว่าเรด ที่แปลว่าสีแดงในภาษาอังกฤษทำไมมันถึงแปลว่าอยู่ใต้แสงสีแดงน่ะหรอ ก็เพราะว่าคลื่นแสงอินฟราเรดนั้นมีความถี่ต่ำกว่าความถี่ของแสงสีแดงนั่นเอง แสงสีแดงมีความยาวคลื่นที่ยาวที่สุดเท่าที่ดวงตามนุษย์สามารถมองเห็นได้ คลื่นอินฟาเรดไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เพราะคลื่นอินฟราเรดมีขนาดเล็กระดับนาโนโมตรซึ่งอยู่ระหว่าง 800 นาโนเมตรถึง 1 มิลลิเมตร คนเราจะรู้สึกถึงอินฟราเรดได้ผ่านความความร้อน

ก่อนที่เทคโนโลยี Bluetooth จะถูกคิดค้นขึ้น คอมพิวเตอร์ และมือถือส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดเพื่อส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์อื่น แต่เมื่อ Bluetooth ได้ถูกคิดค้นขึ้น จึงเข้ามาแทนที่อินฟราเรดในช่วงต้นปี 2000 เพราะข้อจำกัดของอินฟาเรดคือระยะทางที่ใช้จะต้องอยู่ในระยะสายตา หรือใกล้เคียงกันมากๆ เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีใหม่แบบ Bluetooth ที่คุณอยู่ห่างกันหลายสิบเมตรก็ยังคงเชื่อมต่อกันได้ นอกนั้นยังมีการพัฒนาเลเซอร์อินฟาเรดที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้แสงสว่างแก่ระบบสื่อสารใยแก้วนำแสง แสงอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นประมาณ 1,330 นาโนเมตร (มีการกระจายตัวน้อยที่สุด) หรือ 1,550 นาโนเมตร (จะมีการส่งที่ดีที่สุด) เป็นอีกทางเลือกสำหรับการมาตฐานการสื่อสารระดับสูงในสมัยใหม่

สำหรับบุคคลที่ค้นพบรังสีอินฟราเรดคนแรกนั้ย ต้องย้อนในปี ค.ศ. 1800 เมื่อนักฟิสิกส์ William Herschel ได้จัดทำเครื่องวัดอุณหภูมิปรอทในสเปกตรัมที่ทำจากปริซึมกระจกเพื่อวัดความร้อนของไฟสีต่างๆ เขาพบว่าเทอร์โมมิเตอร์มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะอยู่ไกลเกินจุดแดงของสเปกตรัมซึ่งไม่มีแสงที่มองเห็นได้ นี่คือการทดลองครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าความร้อนสามารถส่งผ่านในรูปแบบที่มองไม่เห็นได้ จึงถือว่าเป็นการค้นพบรังสีอินฟราเรดครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์ จากนั้นก็มีการศึกษากันอย่างจริงจัง เพื่อหาวิธีนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับมวลมนุษย์